ทิศตัดขาดจากโลกเดิมที่เขาเป็นสมาชิกมายาวนาน หันหลังให้มันโดยหนีไปอยู่ในโลกใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ อันเป็นที่ๆ เขาไม่รู้จักใคร และใครก็ไม่รู้จักเขา ด้วยเงินที่ติดบัญชีมาราว 2 ล้านกว่าบาท ทิศกลายเป็นผู้มีอันจะกินคนหนึ่งของหมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดตาก ณ ที่นั้น เขาพยายามลืมอดีตอันขื่นขม
ตอนที่จากกรุงเทพฯมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทิศเก็บเสื้อผ้าออกจากห้องชุดกลางกรุงแล้ว ปิดประกาศขายที่สำนักงานข้างล่าง ทิศเดินทางไปเชียงใหม่ โดยกะว่าจะมาอาศัยที่นี่ในช่วงหนึ่งแล้วค่อยคิดอีกที แต่ที่แน่ๆ เขาจะไม่กลับไปอยู่ที่กรุงเทพอีกแล้ว ทิศใช้เวลาท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ ของเชียงใหม่ ไม่เป็นภูเขา ก็วัดวาอาราม ทิศเพิ่งจะมาสนใจเข้าวัดเข้าวาก็เมื่อตอนนี้เอง เมื่อทุกข์ใจจากการมีหนี้สินรุงรัง ตามมาด้วยการเลิกลากับแฟนสาว
ที่พระธาตุดอยสุเทพ ทิศอธิษฐานต่อเบื้องหน้าสถูปองค์สีทองอร่ามศิลปะล้านนา “ขอให้เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นความทุกข์ใหญ่สุดท้ายที่ลูกได้เผชิญทีเถิด” โดยหารู้ไม่ ว่าทุกข์ใหญ่อีกระลอกกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า
หลังจาก 2 สัปดาห์ที่ทิศได้มาเยือนเชียงใหม่ ทางสำนักงานดูแลห้องชุด ติดต่อมาว่า มีผู้สนใจซื้อห้องของเขา แต่ต้องการต่อรองเสียก่อน ทิศจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อเจรจาต่อรองให้เสร็จสิ้น ทิศขายห้องชุดสุดหรูกลางกรุงไปด้วยราคา 7 ล้าน ลดราคาลงจาก 8 ล้าน แม้จะขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ แต่ทิศก็ยอม เพราะเท่ากับว่าได้ตัดความห่วงทรัพย์สินที่กรุงเทพไปได้เปลาะหนึ่ง คงเหลือแต่หนี้อีกก้อนใหญ่ 12 ล้าน อันเกิดจากการกู้ยืมมาลงทุนธุรกิจ ที่ทิศกำลังประนีประนอม หากไม่สำเร็จก็คงจะตัดสินใจขายที่ดินย่านวัชรพลเพื่อเอาเงินมาหักกลบลบหนี้
เมื่อธุรกรรมซื้อขายถ่ายโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของห้องชุดสำเร็จลงในวันรุ่งขึ้น ทิศนั่งจิบกาแฟอยู่ริมระเบียงร้านขนมอบเจ้าโปรด ปล่อยอารมณ์ล่องลอยไปกับรสขมละมุนนุ่มของกาแฟ หากกลิ่นกาแฟหอมไม่อาจแรงกลบกลิ่นน้ำหอมยวนใจอันคุ้นเคยได้ ทิศหันไปมองหาต้นกำเนิดกลิ่นนั้น
“วิภาดา”
หล่อน ผู้มีใบหน้าแชล่ม กำลังอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์เลือกขนมอบใส่ถาดที่ชายหนุ่มแปลกหน้าถือรออยู่อย่างกระหนุงกระหนิง ทิศไม่ลังเลที่จะเข้าไปทักหล่อน
“วิ.. ดีใจจังที่เจอ” วิภาวี สะดุ้งไหวดวงหน้าผุดผาดที่ฉาบเครื่องสำอางไว้ราวกับจะซีดลงเล็กน้อย หากสาวน้อยเจ้าของดวงหน้าสามารถเรียกสติคุมสีหน้าได้ในไม่กี่วินาที
“วิมากับพี่ธีร์ค่ะ ธีร์เขาชอบทานกาแฟกับขนมที่นี่” ชายหนุ่มที่ชื่อธีร์ ยื่นมือเพื่อขอจับมือทิศเพื่อทักทายแบบตะวันตก
“ผมติดขนมหวานครับ น้องวิก็เลยพามาที่นี่แค่ 2 หน วิบอกว่าเพื่อนคนนึงชอบร้านนี้เคยพาวิมากิน” วิภาดา หลบสายตาทิศ เพราะเพื่อนคนที่ธีร์เอ่ยขึ้น หมายถึง ทิศผู้ที่เธอเคยบอกว่ารักนักหนา คนที่เธอเอาใจโดยการซื้อขนมร้านนี้ไปให้เพราะเขาบอกเธอว่า
“ผมชอบกินขนมร้านนี้จัง”
“วิเขาแนะนำพายลูกตาล กับมัฟฟินเผือก อร่อยมากครับ ก็เพิ่งเคยกินเลยติดใจอยากกินอีก”
“คุณวินี่เข้าใจแนะนำจัง บังเอิญมาก ดูสิครับของโปรดผมทั้งนั้นเลย”
“เอ๊ะ.. หรือเพื่อนที่น้องวิบอกว่าขนมร้านนี้อร่อยจะเป็นคุณทิศ” วิภาดาหน้าซีด ไม่สามารถคุมการแสดงออกทางสีหน้าตนเองได้ต่อไป มือกำคีมคีบขนมไว้แน่น
“คงไม่ใช่หรอกครับ วิคงไม่รู้ว่าผมชอบกินอะไร เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น”
“ผมขอตัวก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะพาวิไปนวดหน้าที่ร้านข้างใน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“เช่นกันครับ”
เท่านั้นเอง วิก็จูมือธีร์ไปจ่ายเงิน เดินออกจากร้านลิ่ว ไปในศูนย์การค้า โดยมิได้บอกลาทิศเลยสักคำ ทิศรู้สึกเจ็บปร่า ภาพจิ๊กซอว์ที่เขาคิดว่าต่อเสร็จแล้วแท้ที่จริงมันผิด และผิดมากไปจากที่เขาคิดไว้
เมื่อหลายเดือนก่อนที่เขาจะล้มเลิกกิจการส่งออกเล็กๆ บริษัทขายของไม่ได้ สินค้าของบริษัทซึ่งเป็นของแต่งบ้านชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งไปยุโรปถูกตีกลับ มาทั้งหมด เพราะไม่ได้คุณภาพ รายหนึ่งตีกลับ อีกรายก็ไม่ต่อสัญญาขอรับของไปขาย วิภาดา แฟนสาวซึ่งเริ่มเห็นเคล้าความพินาศของบริษัท ที่นับวันมีแต่จะเจ๊ง ก็เริ่มทำตัวห่างเหิน
“ไม่ต้องมารับ วิแล้วนะคะ วิกลับเองได้ ทิศอยู่เคลียร์งานไปเถอะ”
วิปฎิเสธที่จะพบกันบ่อยๆ เหมือนที่เผ่านมา เอาแต่อ้างว่า
“ทิศไม่ต้องห่วงวินะคะ วิเข้าใจว่าทิศต้องดูแลงาน”
ทิศเองในภาวะเครียดสุดๆ ก็ต้องโล่งใจที่แฟนสาวเข้าใจ หารู้ไม่ว่าเจ้าหล่อนกำลังจะทิ้งตนไป
ทิศ กลับไปกระดกกาแฟอึกใหญ่ รสขมกาแฟตอนนี้จะสู้ความขมขื่นในใจเขาเป็นไม่มี ขมกาแฟยังมีกลิ่นหอมแต่ขมในใจสิ...
ทิศรู้จักร้านนวดหน้าของวิ เพราะทิศเองแหละที่เพียรมาเฝ้าหล่อนเวลามานวดหน้า ก่อนไปช้อปปิ้ง จึงเดินตามคนสองคนไปเพื่อจะพูดกับวิให้รู้เรื่อง เหมือนสวรรค์เป็นใจ ธีร์เดินออกจากร้านนวดหน้า ที่จริงคือเคาน์เตอร์เครื่องสำอางชื่อดัง มือถือกุญแจรถ คงจะกลับไปที่รถและอีกนานกว่าจะกลับมา ทิศไม่รอช้า ถือวิสาสะเปิดประตูที่เป็นฉากกั้นเคาน์เตอร์ขายของกับห้องนวดหน้า
“เล่าให้ผมฟังซิว่านี่มันอะไรกัน”
วิภาดา นิ่งนอนอยู่บนเตียง พนักงานกำลังใช้สบู่เหลวทำความสะอาดหน้าให้อยู่ หล่อนยกมือเป็นสัญญาบอกว่าเดี๋ยวเราคุยกัน พนักงานรับรู้ได้ถึงสถานะการณ์ รีบใช้สำลีเปียกเช็ดหน้าวิภาดาจนสะอาด หล่อนจึงนั่งหย่อนเท้าหันหน้ามาประชันกับทิศซึ่งขึ้งโกรธ
“ก็พี่จะไปอยู่เชียงใหม่แล้วหนิคะ จะทิ้งวิไป วิก็ทิ้งพี่ได้เหมือนกัน”
“อย่ามาพูดเอาความดีเข้าตัวเอง เพราะพี่ไม่มีเงินแล้วใช่มั้ย”
“ถ้าวิอยู่กับพี่ต่อไป พี่จะลำบากนะคะ”
“วิ คบกับมันมานานยัง หลอกพี่มาตลอดใช่มั้ย”
“เราอยู่ห่างกัน ก็ดีแล้วอย่าให้วิเป็นตัวถ่วงพี่เลย”
“วิ หนีพี่ไปเพราะพี่กำลังล้มละลายใช่มั้ย”
“พี่ทิศคะ ฟังให้ดี วิตัดสินใจเมื่อกี๊ว่า วิจะไปเล่าให้พี่ฟังด้วยตัวเองหลังจากวันนี้ แต่ถ้าพี่อยากจะฟังวันนี้ วิก็จะเล่าเลย วิคบกับพี่ธีร์พักหนึ่งแล้ว เราเข้ากันได้ดี วิไม่อยากลำบากไปกับพี่ด้วย พี่เองก็ไม่ควรจะมาลำบากเพราะวิ”
“พี่ไม่เคยคิดว่าวิถ่วงพี่สักนิด พี่รักวิ เราจะแต่งงานกันจำได้มั้ย”
“แต่วิไม่คิดแบบนั้นแล้ว เราเลิกกันเถอะ”
ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งใครสักคนไว้ คนเรามีทางของตนเอง ณ วินาทีนั้น ทิศหมดศรัทธากับทุกสิ่ง เขาจะปลดพันธนาการให้ตัวเอง คนรักหรือ บ้านหรือ หนี้สินหรือ เขาจะไม่รั้งต่อไปแล้ว ทิศจากวิภาดามาโดยไม่ล่ำลาหล่อน กดโทรศัพท์ไปหาน้องชาย
“พี่ยอมให้เราขายที่มรดกแล้ว มาคุยกันเย็นนี้เลยนะ”
เขาวางสาย พยายามปลดความตึงเครียดทั้งปวง ทันใดภาพทิวเขาและอารามอันสงบของเชียงใหม่ก็ปรากฎในใจ รออีกนิด รออีกหน่อย จะหนีไปให้ไกลจากที่นี่ ....
edit @ 7 Mar 2008 18:10:12 by RosaRossa~~*